การขนส่งในปัจจุบัน
เที่ยว
วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2555
ระบบรถยนต์ไฮบริด
ในรถยนต์ไฮบริดมีอุปกรณ์หลักๆ ที่เพิ่มขึ้นมานอกเหนือจากรถยนต์ปกติก็คือ มอเตอร์ไฟฟ้าใหญ่ๆ กับแบตเตอรี่ใหญ่ๆ และสำหรับหลักการทำงานก็คือ การใช้มอร์เตอร์ไฟฟ้ามาช่วยหมุนล้อด้วย นอกเหนือจากการทำงานของเครื่องยนต์โดยปกติ แต่การพัฒนาระบบไฮบริดก็มีหลายลักษณะโดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะหลักๆ คือ ระบบไฮบริดแบบเสริม กับแบบเต็มระบบ
แบบเสริม
เนื่องจากการวิจัยพบว่า การใช้งานรถยนต์ตามปกตินั้น ช่วงเวลาที่รถยนต์จะกินน้ำมันมากที่สุดก็คือ ช่วงที่ต้องออกตัว ช่วงที่เร่งความเร็ว และช่วงที่ขึ้นทางลาดชัน ดังนั้นระบบไฮบริดแบบเสริมจึงถูกออกแบบมา เพื่อการเหล่านี้เท่านั้น โดยการใช้มอร์เตอร์ไฟฟ้าเข้ามาช่วยขับเคลื่อนล้อในบางโอกาส เพื่อแบ่งเบาภาระของเครื่องยนต์เท่านั้น ซึ่งก็เป็นการประหยัดไปได้ส่วนหนึ่ง ดังนั้นในระบบนี้ เครื่องยนต์ก็ยังคงต้อง ทำงานอยู่ตลอดเวลาเหมือนเดิม แต่ไม่ต้องออกแรงมากเท่าเดิมเท่านั้นเอง
แบบเต็ม
สำหรับไฮบริดแบบเต็มระบบนั้น การทำงานของมอร์เตอร์ไฟฟ้า จะทำงานเป็นอิสระกับเครื่องยนต์ รถยนต์อาจถูกขับเคลื่อนโดยเครื่องยนต์อย่างเดียว ไฟฟ้าอย่างเดียว หรือทั้งสองอย่างพร้อมกันไปก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราขึ้นรถบิดกุญแจเพื่อสตาร์ทรถ รถจะเช็คตัวเองก่อนว่ามีแบตพอไหม๊ ถ้าพอ การบิดกุญแจก็จะเป็นเหมือนการเปิดสวิทช์เท่านั้น แล้วก็เหยียบคันเร่งหมุนล้อ ด้วยมอร์เตอร์ไฟฟ้าได้เลย แต่ถ้าไม่พอ มันก็จะไปติดเครื่องยนต์ตามปกติแล้วก็อาศัยกำลังเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนล้อ
และในขณะที่ใช้เครื่องยนต์วิ่ง แบตเตอรี่ก็ถูกชาร์จไปด้วยและเมื่อแบตเต็ม รถก็สามารถนำพลังงานไฟฟ้ามาใช้เสริมพลังปกติได้ด้วย เช่น ตอนเร่งแซงหรือออกตัว หรือในบางครั้งก็ปรับกลับมาใช้ไฟฟ้าอย่าง เดียวได้เมื่อหยุดติดไฟแดงหรือวิ่งแบบรถติดๆ ในกรุงเทพฯ และขณะที่ผู้ขับเริ่มแตะเบรคมอร์เตอร์ขับจะเปลี่ยนหน้าที่จากตัวขับเป็นตัวปั่นไฟอีกตัว ปั่นไฟกลับไปยังแบตเตอรี่ก็ได้อีกทาง แถมช่วยเบรคได้ อีกต่างหาก
ถนนลาดยาง
ถนนลาดยาง (อังกฤษ: Pavement) เป็นถนนที่สร้างขึ้นมาจากยางมะตอยชนิดแอสฟัลต์คอนกรีต พื้นผิวลาดยางนิยมใช้ในถนนทั่วไปรวมถึงลานที่จอดรถและสนามบินเนื่องจาก ค่าก่อสร้างที่ถูกกว่าถนนคอนกรีตหลายเท่าตัว ในขณะเดียวกันอายุการใช้งานก็น้อยกว่าเช่นกัน โดยเมื่อใช้ไประยะหนึ่งจำเป็นต้องมีการปรับปรุงผิวหน้าถนน โดยทำการเทยางมะตอยเพิ่มเพื่อให้ผิวหน้าถนนได้ระดับ ในขณะเดียวกันถนนคอนกรีตหลายแห่งได้มีการปรับปรุงผิวถนน โดยการเปลี่ยนเป็นถนนลาดยางแทนที่เนื่องจาก ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงน้อยกว่า
ลักษณะของถนนลาดยางแตกต่างกับถนนคอนกรีต จะมีสีเข้มเนื่องจากสีของยางมะตอย และบริเวณตลอดความยาวถนน จะไม่มีรอยต่อระหว่างช่วงซึ่งถนนคอนกรีตใช้ในการรับการขยายและหดตัวของผิวหน้า
สะพานพระพุทธยอดฟ้า
สะพานพระพุทธยอดฟ้า เป็นสะพานที่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) เมื่อปี พ.ศ. 2472 เนื่องในโอกาสสถาปนากรุงเทพมหานครครบ 150 ปี และโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีฉลองพระนครครบ 150 ปี ด้วยพระราชดำริที่จะสร้างสิ่งที่เป็นอนุสรณ์ถึงความรำลึกในพระกรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ผู้ทรงสถาปนากรุงเทพมหานคร โดยมีพระราชดำริว่าควรสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเชื่อมจังหวัดพระนครกับธนบุรีเข้าด้วยกัน เพื่อให้การคมนาคมติดต่อสะดวก ทั้งยังเป็นการขยายพระนครอีกด้วย จึงโปรดเกล้าฯ ให้คิดแบบพระบรมราชานุสาวรีย์ และสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นประกอบกันเป็นปฐมบรมราชานุสรณ์ที่ปลายถนนตรีเพชร ถือเป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งที่ 2 ถัดจากสะพานพระราม 6 ที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6
โครงการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์และสะพานได้เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2471 โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงศ์ (ต่อมาเป็นกรมพระยา) อุปนายกราชบัณฑิตยสภา ซึ่งทรงอำนวยการแผนกศิลปกรรมคิดแบบอย่างเป็นพระบรมรูปทรงเครื่องขัตติยาภรณ์เสด็จประทับเหนือพระราชบัลลังก์และหล่อด้วยทองสำริด ขนาดสูงตั้งแต่ฐานถึงยอด 4.60 เมตร ฐานกว้าง 2.30 เมตร ส่วนสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน (ต่อมาคือพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน) เสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม ทรงเป็นผู้อำนวยการสร้าง โดยได้เลือกแบบของบริษัทดอรแมนลอง ประเทศอังกฤษ และสร้างเป็นสะพานเหล็กยาว 229.76 เมตร กว้าง 16.68 เมตร ท้องสะพานสูงเหนือน้ำ 7.50 เมตร และอาจยกตอนกลางขึ้นด้วยแรงไฟฟ้า เปิดช่องกว้าง 60 เมตรเพื่อให้เรือใหญ่ผ่านได้สะดวก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์สร้างปฐมบรมราชานุสรณ์ เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2472 และโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามสะพานว่า สะพานพระพุทธยอดฟ้า
รัฐบาลได้ประมาณการงบประมาณที่ใช้ในการก่อสร้างปฐมบรมราชานุสรณ์ไว้เป็นจำนวน 4,000,000 บาท พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวนหนึ่ง รัฐบาลส่วนหนึ่ง ส่วนอีกจำนวนหนึ่งนั้นทรงพระราชดำริว่าควรบอกบุญเรี่ยไรประชาชน เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดสะพานเมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2475
สะพานกรุงเทพ
สะพานกรุงเทพ ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมระหว่างบริเวณสี่แยกถนนตก เขตบางคอแหลม กับบริเวณสี่แยกบุคคโล เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งที่ 2 รองจากสะพานพระพุทธยอดฟ้า สามารถปิด-เปิด ให้เรือรบเข้าออก และเป็นเส้นทางจราจรเพื่อให้รถข้ามผ่าน
รูปแบบการก่อสร้างเป็นแบบคอนกรีตอัดแรง โดยวิธีการอิสระซึ่งยาวที่สุดในประเทศไทย มีช่องทางจราจร 4 ช่อง ความยาวสะพาน 350.80 เมตร ช่วงกลางน้ำยาว 226 เมตร เปิดใช้งาน เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2502
ในตอนนี้ยังคงเปิด-ปิด เพื่อให้เรือสินค้าแล่นผ่านอยู่ตลอด ทำให้จำเป็นต้องปิดเส้นทางจราจร สถาพการจราจรบนเส้นทางนี้จึงติดขัดเป็นอย่างมาก ประกอบกับตัวสะพานมีอายุการใช้งานที่เก่าแก่มาก จึงมีการสร้าง สะพานพระราม 3 ที่มีความสูงมากขึ้นเพื่อให้เรือสินค้าผ่านไปได้ และช่วยขยายสภาพการจราจร
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




